บทที่ 9 ข้อตกลง

จากนั้นทุกคนก็พูดคุยหยอกเย้าว่าเจ้าบ่าวกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งถึงเซอร์ไพรส์ที่เพื่อนๆรวมหัวกันแกล้ลว่าที่เจ้าบ่าวด้วยการให้มันปิดตาแล้วถ่ายรูปคู่กับสาวเอ็นฯในชุดคอสเพลย์พยาบาลสาวสุดเซ็กซี่ที่จ้างมาแล้วโพสต์ลงในไลน์กลุ่มและเฟสบุ๊คเป็นที่สนุกสนานจนกระทั่งเที่ยงคืนคีรีภัทรก็ขอตัวกลับก่อนเพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมเช้าแต่ว่าที่เจ้าบ่าวเมาแล้ว

“อย่าลืมไปงานแต่งกูนะเว้ยไอ้คีย์” ว่าที่เจ้าบ่าวบอกเพื่อน

“ไปอยู่แล้วละ ถ้าพรุ่งนี้กูไม่มีประชุมจะอยู่ยันเช้าเลยเพื่อน ไปนะ” คีรีภัทรตบไหล่เพื่อนแล้วเดินออกไปจากผับซึ่งเพื่อนคนอื่นยังไม่มีใครกลับ

“ดื่มด้วยกันสักแก้วมั้ยคะสุดหล่อ” เสียงสาวๆร้องแซวหนุ่มหล่อคมเข้มเดินผ่านไปเผื่อจะตกได้แต่ร่างสูงไม่ได้สนใจใครเพราะวันนี้เขาไปดูงานที่โรงงานเหนื่อยมาทั้งวันก็อยากพักผ่อนและคืนนี้เขาจะกลับไปนอนที่บ้านเพราะได้ข่าวว่าย่าไปหาเพื่อนของท่านที่พิษณุโลกมาและเขารู้ท่านสนิทกับคุณย่ามนเพื่อนของท่ามากและท่านบอกว่าอยากคุยกับเขาเรื่องที่ดินและเขาก็ไม่ได้เจอท่านมาเกือบสองอาทิตย์เพราะไปดูงานที่ใต้มาแล้วมาทำงานต่อเมื่อถึงบ้านก็อาบน้ำเข้านอน

เช้าวันถัดมา

ณ.คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวุฒิกรสกุลชัยตั้งอยู่ในซอยส่วนบุคลย่านทองหล่อบนเนื้อที่สิบไร่เป็นมรดกตกทอดมาจากครอบครัวของนายแทน วุฒิกรสกุลชัยนักธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถยนต์และอสังหาริมทรัพย์แล้วแต่งงานกับนางฉายฤดีสาวสวยลูกกำพร้าไร้ญาติ ทั้งสองฟันฝ่าอุปสรรค์ทั้งหลายจนได้ครองรักกันมีลูกชายสองคน คนโตเป็นชื่อกานต์คนเล็กชื่อกรณ์ กานต์แต่งงานกับกรองแก้วลูกสาวนักธุรกิจค้าผ้านำเข้าและส่งออกมีลูกสองคน คนโตเป็นชายชื่อคีรการหรือเก้า คนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อคีติกาหรือเก๋ ส่วนกรณ์ลูกชายคนเล็กแต่งงานกับดารกาสาวใต้ตาคมลูกสาวนายหัวเหลียง สุปันโย นักธุรกิจสวนปาล์ม ปั๊มน้ำมันและมีเกาะส่วนตัวนอกสัมปทานของรัฐบาลและมีรังนกดีที่สุดในจังหวัดพังงาสร้างรายได้มหาศาลให้กับครอบครัวสุปันโยและตอนนี้หลานชายคนเดียวของนายหัวเหลียงเป็นผู้สืบทอดดูแลธุรกิจทั้งหมดต่อจากตาแต่เพียงผู้เดียวและแน่นอนว่าต้องคนอิจฉาทำให้มีศัตรูโดยไม่รู้ตัว

“สวัสดีครับคุณย่า” ร่างสูงของคีรีภัทรเดินเข้ามาในห้องอาหารยกมือไหว้ย่าแล้วหอมแก้มท่านเบาๆเขาไม่เจอท่านมากว่าสองอาทิตย์เพราะไปดูงานที่พังงา

“สวัสดีลูก นี่ถ้าย่าไม่มีธุระจะคุยด้วยก็คงไม่ได้เห็นหน้าคีย์ใช่มั้ยลูก” คุณหญิงค้อนหลานชายอย่างหมั่นไส้ที่ไม่มีเวลาให้พ่อแม่ย่าแต่มีเวลาให้สาวๆ

“โธ่คุณย่าครับ ผมต้องทำงานนะครับอีกเดี๋ยวก็ต้องรีบไปเพราะมีประชุมเช้านี้อีกครับ” คนเป็นหลานโอดครวญกับย่าแต่ไม่ได้งานยุ่งขนาดนั้นเขายังหนุ่มยังแน่นก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างขืนทำแต่งานก็เหี่ยวแห้งหัวโตน่ะสิ

“จ้ะๆ แล้วนี่พ่อแม่เราล่ะไม่มาทานอาหารเช้าด้วยกันหรือไง”

“เดี๋ยวตามมาครับ ว่าแต่ที่พิดโลกมีอะไรดีครับคุณย่าถึงไปตั้งหลายวัน” คนเป็นหลานพูดกระเซ้าย่าที่ไปพิษณุโลกหลายวัน

“มีดีจริงๆนั่นแหละ ว่าแต่ตอนนี้คีย์มีแฟนหรือยังลูก” คุณหญิงตะล่อมถามหลานชายเพื่อจะเข้าเรื่องที่ต้องการ

“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณย่า” คีรีภัทรหรี่ตามองย่าอย่างสงสัยว่าจะมาไม้ไหนและดูท่าว่าจะไม่พ้นหาเมียให้เขาแน่นอน

“คีย์ตอบย่ามาก่อนสิลูก” คนเป็นย่ายังไม่ตอบหลานชาย

“ไม่มีครับ และไม่คิดจะมีแฟนหรือเมียตอนนี้ครับคุณย่า” คนเป็นหลานพูดดักคอย่าก่อนที่ท่านจะพูดเรื่องที่เขาเดา

“ชัดเจนมากเลยเนาะ แต่ว่าย่าอยากมีเหลนแล้วนะลูกถ้าคีย์ยังไม่มีแฟนก็ลองศึกษาหนูเอ๋ยหลานย่ามนก่อนมั้ยลูก” คุณหญิงพูดกับหลานชายทันที

“ว่าแล้วเชียว ตกลงว่าคุณย่าอยากมีเหลนแล้วทำไมไม่บอกพี่เก้ากับยันเก๋ล่ะครับ” คีรีภัทรโบ้ยให้พี่ชายและน้องสาวที่เป็นลูกชายของลุงกานต์กับป้ากรองแก้ว

“อ้าวไอ้คีย์ทำไมพูดแมวๆแบบนี้วะ ทีแกยังไม่อยากแต่งงานเลยแล้วฉันก็ยังไม่อยากมีห่วงตอนนี้เหมือนกันนะ” คีรการเดินเข้ามาในห้องอาหารพอดีกับที่น้องชายโยนเผือกร้อนมาให้เขา

“ก็พี่เก้ามีแฟนแล้วแต่ผมยังไม่มีเลยนี่”

“พอๆเลยไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวย่าจะให้คีย์ขึ้นไปดูที่ดินบ้านย่ามนและที่เชียงใหม่ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ย่ามนเขาอยากให้หนูเอ๋ยทำธุรกิจเล็กสักอย่างน่ะ”

“หนูเอ๋ย ชื่อเพราะซะด้วยนะคีย์” คีรการแซวน้องชายยิ้มๆ

“งั้นผมยกให้พี่เก้าแต่งงานมีเหลนให้คุณย่าเลยครับ” คีรีภัทรพูดกับพี่ชายที่ล้อเขาหากย่าเอาจริงขึ้นมาเขาก็ปฏิเสธท่านไม่ได้และไม่ได้ยินท่านพูดถึงหนูเอ๋ยหลานคุณย่ามนเพื่อนของท่านมานานแล้ว

“ตาเก้ามีแฟนแล้วแต่คีย์ยังไม่มีย่าก็เลยอยากให้ลองคบหากับหนูเอ๋ย และย่าได้พูดทาบทามหนูเอ๋ยให้คีย์นานแล้วหรือว่าคีย์อยากให้ย่าผิดคำพูดล่ะ” คุณหญิงมัดมือชกหลานชาย

“คุณย่าครับ” คีรีภัทรมองย่าอย่างไม่อยากเชื่อว่าท่านจะทำจริงแต่เห็นสายตาและท่าทางของท่านแล้วก็กลืนน้ำลายลงคอ

“คุยอะไรกันอยู่ครับคุณแม่ดูท่าจะสนุกนะครับ” กานต์เดินมาพร้อมกับภรรยาและเห็นหน้าลูกชายยิ้มขำส่วนหลานชายเหมือนกลืนยาขม

“ก็เรื่องที่ดินของน้ามนเขาที่แม่จะซื้อนั่นแหละจ้ะ”

“แล้วทำไมตาคีย์ทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” คนเป็นลูกยังสงสัยว่าคุยเรื่องที่ดินแล้วทำไมหลานชายถึงสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่และรู้ว่าเรื่องอะไร

“แม่ก็แค่อยากมีเหลนก็เลยทาบทามหลานสาวของน้ามนให้ตาคีย์น่ะลูก” คุณหญิงพูดกับลูกชายคนโตแล้วยิ้มให้หลานชายคนรอง

“ดีใจล่ะเรา หึหึๆๆ..”

“หน้าผมเหมือนคนดีใจงั้นเหรอครับลุงกานต์” คีรีภัทรค้อนลุงถึงเขาปฏิเสธย่าก็คงไม่ยอมและต้องหาข้ออ้างมากล่อมเขาให้ตามใจท่านเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยขัดใจย่าจะมีแต่เรื่องนี้แหละที่เขาต้องขัดใจท่าน

“แกก็ตามใจคุณย่าเถอะน่าคีย์ ได้ทั้งเมียทั้งลูกกำไรทั้งนั้น ฮ่าๆๆ..” คีรการพูดกับน้องชายแล้วหัวเราะขำ

“พอเลยพี่เก้า ถ้าแน่จริงมีเหลนให้คุณย่าสิครับ” คนเป็นน้องพูดท้าทายพี่ชาย

“ไม่เอาอ่ะ พี่ขอเวลาอีกสักสองปีก่อนแล้วค่อยแต่งงาน นะครับคณย่าตอนนี้ผมขอทำโปรเจ็คร่วมที่ลาวให้เสร็จก่อนนะครับ” คีรการพูดกับย่าอย่างมีเหตุผลถึงแม้แฟนสาวอยากแต่งงานแต่เขายังไม่พร้อม

“ข้ออ้างน่ะสิ ที่พี่คบกับแฟนเพราะไม่อยากให้คุณย่าจับคู่หรือเปล่าครับ” คีรีภัทรหรีตามองพี่ชายอย่างรู้ทันแต่เขาไม่อยากทำแบบนี้เพราะมันให้ความหวังผู้หญิงและเขาคบหาเพื่อนผู้หญิงฉันท์เพื่อนและไม่จำกัดความหมายว่าจะเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวเพื่อนนอนขอแค่เต็มใจและไม่ยึดเขาเป็นของส่วนตัวก็พอ

“พอๆ จะมาเถียงอะไรกัน ย่าได้พูดไปแล้วยังไงคีย์ก็ลองคบหาศึกษาดูใจหนูเอ๋ยดูก่อนก็ได้ลูก” คนเป็นย่าตะล่อมหลานชายที่ไม่เคยขัดใจท่านได้หากเอาจริงขึ้นมา

“แค่คบหาใช่มั้ยครับคุณย่า” คนเป็นหลานถามย่าแค่คบหาเขาจะลองดูก็ได้

“ก็ต้องแต่งงานด้วยสิลูก แต่ศึกษากันก่อนแต่งงานไงล่ะ” คนเป็นย่าดับฝันหลานชาย

“ยังไงคุณย่าก็จะให้ผมก็ต้องแต่งงานให้ได้ว่างั้นเถอะ” คนเป็นหลานพูดอย่างปลงๆเมื่อเห็นท่าทาจริงจังของย่า

“ใช่ลูก ก็ย่าได้พูดไปแล้วนี่จะกลับคำได้ยังไงกันล่ะ หรือคีย์อยากให้ย่ากลายเป็นคนไม่มีสัจจะล่ะลูก” ก็ท่านพูดกับเพื่อนไปแล้วจะกลับคำได้ยังไงและทำหน้าหนักใจ

“ถ้าผมแต่งงานกับหนูเอ๋ยของคุณย่าแล้วผมจะทำอะไรก็ได้ใช่มั้ยครับ” คีรีภัทรพูดกับย่าถึงยังไงเขาก็ต้องแต่งงานจะแต่งวันนี้หรืออีกสองปีก็ต้องแต่งสู้แต่งๆให้จบไปเลยดีกว่าถ้าหนูเอ๋ยของย่าทนเขาไม่ได้ก็ขอหย่าเอง

“ก็แค่มีเหลนให้ย่าสักคนก็พอ” คุณหญิงมองหลานชายอย่างรักใคร่แล้ววันหนึ่งคีรีภัทรจะรู้ว่าท่านหวังดี

“คุณย่าคร้าบ” คีรีภัทรมองย่าแล้วถอนหายใจยังไม่ทันแต่งงานก็จะเอาเหลนแล้วหลานสาวคุณย่ามนจะยอมหรือไงและหน้าตาเป็นยังไงเขาก็จำไม่ได้แล้ว

“ที่ดินหุ้นเงินสดเครื่องเพชรย่ายกให้คีย์เมื่อแต่งงานกับหนูเอ๋ย” คุณหญิงเทหมดหน้าตักให้หลานชายคนรองทำเอาหลานชายคนโตยิ้มขำเขาไม่ได้อิจฉาน้องชายเพราะเขาก็มมีหุ้นมีธุรกิจของตัวเองที่ย่าลงทุนให้ส่วนคีรีภัทรก็มีหุ้นในบริษัทและเป็นผู้บริหารและยังมีธุรกิจของตาที่พังงาเพราะเป็นหลานชายคนเดียวของนายหัวคนดังเมืองพังงารวยกว่าเขาเสียอีก

“เงินซื้อผมไม่ได้หรอกครับคุณย่า ถ้าคุณย่าอยากให้ผมแต่งงานก็ได้แต่จะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหนนั่งอีกเรื่องหนึ่งนะครับ” คนเป็นหลานต่อรองกับย่าเพราะเขาอยู่กับใครได้ไม่นาน

“ถ้าคีย์ได้รู้จักหนูเอ๋ย แล้วคีย์อาจจะชอบและรักหนูเอ๋ยก็ได้ลูก” คุณหญิงฉายฤดีมั่นใจว่าหลานชายจะต้องรักหนูเอ๋ย

“งั้นคุณย่าอยากให้ผมแต่งงานวันไหนก็บอกมาได้เลยครับ” คีรีภัทรตัดสินใจแต่งงานอย่างไม่ลังเลไม่ใช่ว่าเพื่อเงินแต่อยากให้มันจบๆหากหลานคุณย่ามนทนเขาไม่ไหวก็จะต้องขอหย่าแล้วเขาจะได้มีอิสระและเขาไม่ผิดเพราะหนูเอ๋ยของคุณย่าเป็นฝ่ายขอหย่าเองจากนั้นพ่อแม่ของคีรีภัทรก็มาทานอาหารเช้าแล้วคุยกันเรื่องแต่งงานคีรีภัทรกับลิปการ์และทุกคนไม่มีใครรังเกียจหญิงสาวที่เป็นแค่ลูกของคนในบ้านคุณสิรามนที่พ่อแค่เซ็นรับรองบุตรด้วยความจำใจและไม่ให้ใช้นามสกุลเมื่อทานอาหารเช้ากันอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป